HOMEมหัศจรรย์พรรณไม้ลงมือลงสวนบันทึกคนเดินทางรักเรารักษ์โลกwebboard
       
 

กล้วยไม้รองเท้านารีในประเทศไทย

ในอาณาจักรพืชอันยยิ่งใหญ่ หากไม่นับพืชวงศ์หญ้า (Gramineae) ที่พบได้ทั่วทุกหนแห่ง และพืชในวงศ์สับปะรด (Bromeliaceae) ที่แผ่อิทธิพลครอบครองทวีปอเมริกาอยู่ในขณะนี้แล้ว กล้วยไม้ (Orchidaceae) จัดได้ว่าเป็นวงศ์พืชที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดในโลก ประมาณกันว่ามากกว่า 796 สกุล ไม่น้อยกว่า 17,500 ชนิด ซึ่งยังไม่รวมชนิดที่ตกสำรวจอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้กล้วยไม้ยังได้รับการยอมรับจากนักพฤกษศาสตร์ ว่าเป็นวงศ์พืชที่มีวิวัฒนาการอยู่ในระดับสูงสุด เมื่อเทียบกับพืชชั้นสูงทั้งปวง  

ลักษณะเฉพาะของกล้วยไม้คือ การมีเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียรวมอยู่บนโครงสร้างเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า “เส้าเกสร” (columnia) เกสรเพศผู้ (pollen grain) มักจะมีการรวมตัวกันเป็นก้อนแข็ง หรือกึ่งแข็ง (pollinia) ไม่เป็นผงละเอียด เหมือนพืชส่วนใหญ่ ลักษณะตรงนี้เองที่ทำให้กล้วยไม้ได้มีการปรับตัว เพื่อที่จะสร้างกระบวนการถ่ายละอองเกสรที่ทรงประสิทธิภาพ ผลแห่งการปรับตัวเป็นระยะเวลานานแสนนาน จึงทำให้เกิดกล้วยไม้สกุลต่างๆที่มีสีสัน ลวดลาย รวมทั้งลูกเล่นที่สุดจะพิสดาร ในการที่จะดึงดูดแมลงบางชนิด ให้ช่วยนำเอากลุ่มเกสรเพศผู้ไปส่งให้ถึงเกสรเพศเมียอย่างจำเพาะเจาะจง ซึ่งถือเป็นการถ่ายละอองเกสร ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากกล้วยไม้จะสามารถพิชิตใจเหล่าแมลงดังกล่าวได้แล้ว ผู้คนจำนวนมาก ก็เป็นเช่นเดียวกัน จากการที่กล้วยไม้มีกลีบปาก (กลีบดอกกลีบล่าง, labella) พัฒนาพิเศษกว่ากลีบอื่น ซึ่งปกติแล้วจะมีสีสัน ลวดลายที่สวยงาม บางชนิดมีกลิ่นหอม กลีบปากของกล้วยไม้นี้เองถือว่าเป็น องค์ประกอบสำคัญ ที่ทำให้กล้วยไม้คงความเป็นอมตะในหมู่ผู้ชื่นชอบมาทุกยุคทุกสมัย

กล้วยไม้รองเท้านารี (Paphiopedilum spp.) เป็นกล้วยไม้สกุลหนึ่งที่มีการพัฒนาของกลีบปากได้อย่างน่าทึ่งมากที่สุด คือ มีลักษณะเป็นกระเปาะคล้ายกระเป๋าหรือรองเท้าบูทของผู้หญิงชาวยุโรปโบราณ อันเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า “lady slipper” หรือ “slipper orchid” กลีบปากที่เป็นกระเป๋านี้ ยังได้ซ่อนกลเม็ดอันแยบยลสุดที่นักวิชาการจะหาเหตุผลมาอธิบายได้หมดสิ้น บ้างก็ว่าลักษณะกลีบดอกกระเป๋า เป็นกลไกที่บังคับให้แมลงเดินไปยังทางออกที่จัดไว้เฉพาะเป็นผลให้เกิดการนำพาเกสรเพศผู้ไปผสมกับเกสรเพศเมีย บางคนอธิบายถึงการสะสมของระดับน้ำในกระเป๋าเวลาฝนตก ระดับน้ำที่สูงขึ้นเป็นกลไกที่ทำให้เกิดการผสมเกสรได้ เหตุผลเหล่านี้ยังคงสอดคล้องกับกล้วยไม้รองเท้านารีบางชนิด เป็นกรณีไปเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังคงมีความลับซ่อนอยู่อีกมากมายภายใต้ดอกกล้วยไม้แสนสวยเหล่านี้

ประเทศไทยเป็นบ้านหลังใหญ่ของกล้วยไม้รองเท้านารีหลากหลายชนิด ชนิดที่พบในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของกล้วยไม้รองเท้านารีสกุล Paphiopedilum ทั้งหมดที่พบในโลก (ทั่วโลกมีประมาณ 70 ชนิด) ซึ่งในจำนวนนี้มีชื่อเรียกภาษาไทยแตกต่างหลากหลาย ตามแหล่งที่พบ บางชื่อก็พบว่ามีชื่อวิทยาศาสตร์อันเดียวกัน ซึ่งพอจะสรุปได้ว่ามีประมาณ 23 ชื่อเรียกภาษาไทย 17 ชื่อวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งกว้างๆได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

กลุ่มที่มีกลีบดอกแผ่กว้าง ดอกมีลักษณะกลมหรือเกือบกลม สีพื้นดอกมักเป็นสีขาว ขาวครีม เหลืองอ่อน หรือเหลือง พบจุดประเล็กๆสีเข้มกระจายบนพื้นดอก ใบสั้นและแผ่กว้างมีลายตารางหรือคล้ายหินอ่อน ได้แก่

1. รองเท้านารีเหลืองปราจีน ( Paphiopedilum concolor)
2. รองเท้านารีเหลืองอุดร (P. concolor)
3. รองเท้านารีเหลืองกาญจน์ (P. concolor var stratianum)
4. รองเท้านารีเหลืองตรัง (P. godefroyae)
5. รองเท้านารีเหลืองพังงา (P. godefroyae var leucochilum)
6. รองเท้านารีขาวชุมพร (P. godefroyae)
7. รองเท้านารีขาวสตูล (P. niveum)
8. รองเท้านารีช่องอ่างทอง (P. Angthong )
9. รองเท้านารีฝาหอย (P. bellatulum)

กลุ่มที่มีกลีบด อกแคบเรียวยาว บางชนิดพบจุดไฝสีดำ หรือกลีบดอกบิดเป็นเกลียว มีความหลากหลายของสีสัน และรูปทรงของดอกมาก ใบยาวและแคบ บางชนิดพบลายตารางหรือคล้ายหินอ่อน (ชนิดที่ 10-14) บางชนิดใบเขียวไม่มีลาย ได้แก่

10. รองเท้านารีคางกบคอแดง (P. appletonianum)
11. รองเท้านารีคางกบ (P. collosum)
12. รองเท้านารีม่วงสงขลา (P. babartum)
13. รองเท้านารีเกาะช้าง (P. siamensis)
14. รองเท้านารีปีกแมลงปอ (P. sukhakulii)
15. รองเท้านารีหนวดฤาษี (P. parishii)
16. รองเท้านารีเชียงดาว (P. parishii)
17. รองเท้านารีอินซิกเน่ (P. insigne)
18. รองเท้านารีอินทนนท์ (P. villosum)
19. รองเท้านารีอินทนนท์ใบแคบ (P. gatrixianum)
20. รองเท้านารีดอยตุง (P. charlesworthii)
21. รองเท้านารีดอยตุงกาญจน์ (P. vetwaruttianum)
22. รองเท้านารีเหลืองกระบี่ (P. exul)
23. รองเท้านารีเหลืองเลย (P. hirsutissimum)

เรียบเรียงโดย ทับทิมอ่อน
 
copyright 2007 www.tonmaiclub.com Allrights reserved*